กำเนิดท้องฟ้าสีเทา

IMG_25581207_094220

ทำไมสมองถึงสั่งออกมาว่าเป็นช่วงวัยนี้ เพราะตอนนั้นมองเห็นภาพตัวเองนอนได้อย่างเดียว เดินไม่ได้ คลานไม่ได้ คืบก็ยังไม่ได้ รอบข้างกายมีแต่ตาข่ายของเชือกถักเป็นเปลเด็ก เรียกว่าเปลสะดึงที่เขาถักโปร่งๆเป็นทรงเหลี่ยมๆ ระบายอากาศได้เย็นสบายดี เวลาไกวเปลมันจะย้วยๆหยุ่นๆยืดๆราวกับติดสปริง ก้นเปล คือ ไม้กระดานรองรับเมาะอีกที ตอนนั้น พ.ศ.2511 ที่บ้านไม่มีฟูกจึงใช้เมาะ เมาะก็คือที่นอนสมัยก่อนที่คนเป็นแม่เย็บเป็นสี่เหลี่ยมแล้วยัดนุ่นน้อยๆให้หลวมๆ เวลาจะปูให้เด็กนอนจะจับปลายเมาะด้านหนึ่งมาเขย่าๆจนนุ่นไปกองรวมอยู่ด้านหนึ่ง ซึ่งเวลาปูนอนก็จะให้เป็นด้านบน ส่วนอีกด้านหนึ่งไม่มีนุ่นก็จะให้เป็นด้านล่าง ด้านบนจึงนูนสูง ด้านล่างจึงต่ำและแบนราบ เมื่อจับเด็กวัยแบเบาะลงไปวางเปล หัวก็จะหนุนนอนอยู่ด้านบน ซึ่งเสมือนเป็นหมอนรองรับได้ดี ตอนนั้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 มันทำงานได้แล้ว ทั้งตา หู จมูก ปาก ผิวสัมผัส ประมวลเป็นการสรุปความรู้สึกที่จำจดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ว่าเมาะนั้นอ่อนนุ่มน่านอน แม้จะมีกลิ่นอับชื้นอยู่บ้างก็ตาม

ตอนนอนอยู่ในเปลสายตาก็ยังคงจับจ้องมองโน่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อย ขณะจ้องมองก็รับรู้ได้ว่าเปลก็ถูกทำให้แกว่งไกวไปมาอย่างเป็นจังหวะ ขณะที่เปลล่องลอยอยู่กลางอากาศก็รู้สึกเย็นสบาย อิสระ โล่ง ปรอดโปร่ง ฉันชอบที่จะมองดูภาพของสิ่งรอบตัวขึ้นๆลงๆไปตามจังหวะไกวเปล มองไปเรื่อยก็พบภาพหนึ่งที่อยู่ห่างจากตัวเปลไปไม่ไกลนัก คือ เด็กชายคนหนึ่งใส่ชุดนักเรียน เสื้อปล่อยชายออกไปอยู่นอกกางเกง ดูเป็นคนเกียจคร้าน เฉื่อยแฉะ ไม่กระตือรือร้นที่จะทำหน้าที่ไกว่เปลเท่าใดนัก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s